บริการ ฟรี! ที่เรามีให้คุณ

บริการคำนวณจำนวนหลังคาและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ออกแบบห้องครัวให้ทันสมัย ใช้งานสะดวก

เห็นภาพจริงก่อนลงกระเบื้อง หมดกังวงเรื่องกระเบื้องไม่เข้ากัน

ผสมสีได้ตามใจคุณ มีให้เลือกมากกว่าหมื่นเฉดสี

image
รับประกันสินค้า
เพื่อความสบายใจในการสั่งซื้อสินค้า ทางบริษัทมีนโยบายการรับประกันสินค้าอย่างทั่วถึง
image
สะดวก รวดเร็ว
พนักงานทุกชีวิตพร้อมบริการ และอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน
image
สินค้าราคาดี
เป้าหมายของเราคือการสรรหา และจัดหาวิธีการจำหน่ายและจัดส่งวัสดุก่อสร้างให้คุณ ในราคาที่ถูกที่สุด

ข่าวเด่นประจำวัน

  September 24, 2020

อัยการนัดเลื่อนฟังคดีม็อบไม่มุ้งมิ้ง-ปลดแอก

วันนี้ (24 ก.ย2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ของ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน@TLHR2014 โพสต์ข้อความระบุว่า คดี#ม็อบไม่มุ้งมิ๊ง หน้ากองทัพบก ล่าสุด ทนายความรับมอบอำนาจ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มารับทราบคำสั่งอัยการ แต่อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นเวลา 10.00 น. วันที่ 23 พ.ย.นี้ ส่วนคดีชุมนุม เยาวชนปลดแอก (กลุ่มผู้ชุมนุม) ล่าสุดทนายความ รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหาทั้ง 15 คน มารับทราบคำสั่งอัยการ แต่ทางอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็น เวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธ.ค.นี้ #หยุดคุกคามประชาชน #FreeYouth 24 กย 63 - คดีชุมนุม #เยาวชนปลดแอก (กลุ่มผู้ชุมนุม) ล่าสุด ทนายความรับมอบอำนาจจาก ผตห.ทั้ง 15 คน มารับทราบคำสั่งอัยการ แต่ทางอัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นวันที่ 21 ธค 63 เวลา 10.00 น. #หยุดคุกคามประชาชน #FreeYouth pic.twitter.com/h0WP8Dqlrb — TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (@TLHR2014) September 24, 2020   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จับตา! #ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้ง ทวง 3 ข้อรัฐบาล   

Read more 

  September 24, 2020

"นิกร" ห่วงซ้ำรอยปี 35 แนะถอยคนละก้าวปลดความขัดแย้ง

วันนี้ (24 ก.ย.2563) เมื่อเวลา 11.23 น.นายนิกร จำนง สมาชิกรัฐสภา กล่าวอภิปรายการแก้รัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าประเทศไทยเจอปัญหา 3 ประสานที่รอการระเบิด ซึ่งน่ากลัวมาก โดยด้านการเมือง มีความขัดแย้งทางความคิดทางการเมืองอย่างมาก มีการแบ่งขั้วทางการเมืองแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ด้วยความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน แม้แต่ในสภาแห่งนี้ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอย่างที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจทางเศรษฐกิจ ความเหลือมล้ำในสังคมและยิ่งภาวะ COVID-19 ที่กระทบต่อการทำมาหากิน และปัญหาใหม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งทางชนชั้น และมีช่องทางว่าวงระหว่างวัย ตอนนี้คนไทยเหมือนอยู่คนละโลก 3 อย่างรอวันเวลาที่จะระเบิด และตอนนี้ยังเกิดวิกฤตรัฐธรรมนูญ และนำมาสู่การเรียกร้อง และยกร่างแก้รัฐธรรมนูญหลายร่าง ซึ่งน่าห่วงว่าถ้าแก้ไขไม่เป็นตามที่คาดหวังจะยิ่งไปสู่การปะทุ และนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ในความเห็นของตัวเอง ยกเหตุการณ์ปี 35 ขัดแย้งรุนแรง นายนิกร กล่าวอีกว่า แต่ในมุมกลับถ้าแก้ไขได้บ้าง จะหยุดความขัดแย้งที่รุนแรงบางส่วนลง และแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมที่จ่ออยู่ และหน้าที่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในภาวะวิกฤตนี้ ถ้าไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคุณเป็นโทษจะถูกจดจำไปตลอดไปไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นายนิกร ระบุว่า ช่วง 27 ปีก่อนไทยเคยวิกฤตการเมืองตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งเกิดกรณีนายกรัฐมนตรีที่ไม่มาจากการเลือกตั้งและนำมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำมาสู่การเรียกให้มีนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง และตอนนั้นในฐานะส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ที่สนใจทางด้านประชาธิปไตย กลับมาหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะเลขาธิการวหน้าพรรคชาติไทยในเรื่องนี้ แต่บรรหาร บอกว่าเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่จะไปออกกฎหมายไล่เขาคงทำไม่ได้ และผมยอมรับว่านายบรรหาร เป็นคนที่กตัญญู มีสัจจะ และวิกฤตนี้นำไปสู่วิกฤตการเมืองในครั้งนั้น ทำให้เกิดการปะทะทหาร ตำรวจ ประชาชนและการสูญเสียชีวิต ตอนนั้นผมเคยโทรหาพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในตอนนั้นว่าจะขอลาออกจาก ส.ส. แต่พล.อ.เปรม บอกว่านิกร ลาออกคนเดียวไม่มีประโยชน์ ทำให้ผมต้องกลับมาคิดว่ารัฐบาลไม่มีทางออกเลยจะยุบสภา จะลาออก ก็ไม่ได้ ผมเลยนัดส.ส.พรรคชาติไทยหลายคนว่าจะไปลาออก เพื่อให้เกิดสถานการณ์ ส.ส.ลาออก และนายกฯจะได้ยุบสภาได้ ชวนทุกคนร่วมปลดชนวนความขัดแย้ง คืนนั้นประมาณ 21.00 วันที่ 20 พ.ค.2535 พล.อ.เปรม พร้อมนายกรัฐมนตรีในตอนนั้น และพลตรี ที่เป็นคู่ขัดแย้งในตอนนั้น ได้เข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสสำคัญว่า เดินหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน เพราะเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศหนึ่งของคนสองคน เป็ประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันเพราะปัญหามีอยู่ เวลาเกิดจะใช้คำว่าเลือด และเวลาปฏิบัติการจะลืมตัว เพียงจะเอาชนะใครไม่มีทาง มีแต่แพ้ และที่แพ้คือประเทศชาติและประชาชนทั้งประเทศ ในกทม.ถ้าเสียหายไปประเทศเสียหายทั้งหมดแล้วจะทรนงตัวว่าชนะได้อย่างไรท่ามกลางซากปรักหักพัง นายนิกร บอกว่าตอนนั้นนั่งน้ำตาไหล เพราะว่าความผ่อนคลายในความตึงเครียดที่มีมาและบอกว่ากับพล.อ.เปรมว่า ถ้าเหตุการณ์สงบจะลาออก และได้ทำตามคำของท่านและมีบทบัญญัติมให้มีนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง และตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งในภาคใต้เพราะต้องการไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ประสบการณ์ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการผ่อนคลายความขัดแย้งในตอนนั้นได้เลย และตอนนี้อยากให้ทุกคนมีหน้าที่ในการนำประเทศออกจากวิกฤตนี้ เพราะสมาชิกรัฐสภายังมีโอกาสที่จะระงับความขัดแย้งนี้ได้  อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง จับตา! ลงมติโหวตแก้รัฐธรรมนูญ 6 ญัตติรู้ผลวันนี้ แนะเลี่ยง 3 เส้นทางรอบรัฐสภา-ตร.ส่ง 4 กองร้อยคุม บช.น.จัดตำรวจ 5 กองร้อย รับผู้ชุมนุมหน้าสภาฯ        

Read more 

  September 24, 2020

บช.น.จัดตำรวจ 5 กองร้อย รับผู้ชุมนุมหน้าสภาฯ

วันนี้ (24 ก.ย.2563) พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความเรียบร้อยการชุมนุม ที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปสังเกตการณ์การประชุมรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เวลา 16.000 น. จนถึงช่วงเลิกการประชุม ว่า ตำรวจนครบาลได้จัดกำลัง 5 กองร้อย แบ่งเป็นดูแลภายในพื้นที่รัฐสภา 3 กองร้อย โดยรอบรัฐสภา 1 กองร้อย และสำหรับกรณีฉุกเฉิน 1 กองร้อย   โดยกำหนดจุดบริเวณประตูทางเข้าเป็นสถานที่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทำกิจกรรม โดยมีตัวแทน ส.ส. ร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งการชุมนุมดังกล่าวทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้ส่ง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นผู้ประสานงานการชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเจตนาเพื่อมาสังเกตการณ์ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็เห็นด้วยกับการขออนุญาตทำกิจกรรมดังกล่าวได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่รัฐสภา   ทั้งนี้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมใกล้รัฐสภาในระยะ 50 เมตร แต่เนื่องจากมีการขออนุญาตดังกล่าวแล้ว จึงมีการกำหนดจุดอนุญาตให้จัดกิจกรรมได้ ซึ่งเบื้องต้นประเมินว่า การชุมนุมน่าจะสิ้นสุดได้หลังเวลา 22.00 น. ซึ่งตำรวจได้จัดการจราจรโดยนำแผงเหล็กไปวางกั้น เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถทำกิจกรรมได้โดยปลอดภัย แต่หากผู้ชุมนุมมีมาก ก็จะขยายพื้นที่ลงพื้นผิวจราจรบางส่วนตามความเหมาะสมต่อไป   ส่วนการแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณโดยรอบรัฐสภาตั้งแต่เวลา 14.00 น.นั้น เพื่อสะดวกในการจัดการจราจร ลดปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

Read more 

  September 24, 2020

ลุ้น! "รัฐบาล-ฝ่ายค้าน" ร่วมโหวตแก้ ม.256 เปิดทางตั้ง ส.ส.ร.

วันนี้ (24 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการประชุม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ที่การอภิปรายบางช่วงถูกพาดพิงถึงครอบครัว พร้อมย้ำว่าเป็นเอกสิทธิในการลงมติของ ส.ว.แค่ละคน ท่ามกลางการจับตาถึงการลงมติเห็นชอบของ ส.ว.ซึ่งตัวแแปรสำคัญ คือ 84 เสียง ส่วน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา สะท้อนว่า การชี้แจงการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ชัดเจน และหากท้ายที่สุดญัตติทั้ง 6 ตกไปก็เชื่อว่า ส.ส.สามารถยื่นญัตติใหม่ได้และขอชี้แจงให้ชัดเจน สำหรับแนวทางลงมติของพรรคร่วมรัฐบาล หลังวิปรัฐบาลประชุมและสรุปแล้วจะเห็นชอบเฉพาะญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ญัตติที่พิจารณากันอยู่ ส่วนวิปฝ่ายค้านอาจจะยกมือสนับสนุนญัตติของพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยหวังว่าอย่างน้อยให้มี 1 ญัตติที่ผ่านความเห็นชอบ และเชื่อว่าอำนาจตัดสินใจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ส่วนนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาย้ำขอให้สมาชิกยึดปฏิบัติตามข้อบังคับ หลังวานนี้มีสมาชิกใบางคนใช้ถ้อยคำอภิปรายไม่สุภาพ และการอภิปรายวันนี้นายชวนต้องการให้แล้วเสร็จราว 17.00 น. เพื่อเผื่อเวลาการลงมติมที่อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ทั้งนี้ ต้องลุ้นเสียงเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดไว้ว่าวาระรับหลักการเสียงเห็นชอบต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาตอนนี้ หรือหมายถึงต้องได้เสียงเห็นชอบมากกว่า 369 เสียง และในจำนวนนี้ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วย 84 เสียงตามที่กำหมายกำหนดไว้  

Read more 
Powered by MakeWebEasy.com