บริการ ฟรี! ที่เรามีให้คุณ

บริการคำนวณจำนวนหลังคาและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ออกแบบห้องครัวให้ทันสมัย ใช้งานสะดวก

เห็นภาพจริงก่อนลงกระเบื้อง หมดกังวงเรื่องกระเบื้องไม่เข้ากัน

ผสมสีได้ตามใจคุณ มีให้เลือกมากกว่าหมื่นเฉดสี

image
รับประกันสินค้า
เพื่อความสบายใจในการสั่งซื้อสินค้า ทางบริษัทมีนโยบายการรับประกันสินค้าอย่างทั่วถึง
image
สะดวก รวดเร็ว
พนักงานทุกชีวิตพร้อมบริการ และอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน
image
สินค้าราคาดี
เป้าหมายของเราคือการสรรหา และจัดหาวิธีการจำหน่ายและจัดส่งวัสดุก่อสร้างให้คุณ ในราคาที่ถูกที่สุด

ข่าวเด่นประจำวัน

  March 03, 2021

โฆษก บช.น. ยัน เร่งตามจับ "แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์"

วันนี้ 2 มี.คง64) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวนายไชยอมร หรือ แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ผู้ต้องหาในคดีความผิดอาญา 112 , วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากเหตุการณ์ไฟไหม้ทรัพย์สินทางราชการหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ว่า จนถึงขณะนี้ (23.30น.) ตำรวจชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างติดตามจับตัวผู้ต้องหา ซึ่งเมื่อเวลาประมาณ 22.20 น. ตำรวจนครบาลประชาชื่น ได้เชิญตัวเพื่อนของแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ เข้ามาสอบปากคำที่ สน.ประชาชื่น โดยเพื่อนคนดังกล่าว คือเพื่อนผู้ชายอายุ 17 ปี ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่นั่งโดยสารบนรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีขาวที่ปรากกฏในภาพกล้องวงจรปิด ขับขี่ผ่านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมในช่วงวันเวลาใกล้เคียงกับช่วงที่เกิดเหตุไฟไหม้ ส่วนข้อมูลจากการสอบปากคำ ตำรวจเปิดเผยเบื้องต้นว่า เยาวชนชายอายุ 17 ปี ให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุนายแอมมี่ ได้ชักชวนตัวเองและเพื่อนอีกคนรวม 3 คน ขับขี่รถยนต์ไปยังที่เกิดเหตุโดยไม่ได้บอกว่า จะไปทำอะไร กระทั่งไปถึงที่เกิดเหตุ แอมมี่และเพื่อนอีกคนได้ลงจากรถและเข้าไปก่อเหตุ  ส่วนตัวเองนั้นนั่งรอในรถยนต์ พร้อมอ้างว่า ไม่คาดคิดว่า แอมมี่และเพื่อนจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น  ส่วนกระแสข่าวการติดตามจับนายแอมมี่เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจเปิดเผยว่า ติดตามไปที่โรงพยาบาลย่านพระราม 9 เนื่องจากทราบข้อมูลว่า นายแอมมี่ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าวหลังประสบอุบัติเหตุพลัดตกในขณะปีนขึ้นไปจุดไฟเผาวางเพลิงทรัพยื์สินทางราชการ บนป้ายเรือนจำกลางคลองเปรมได้รับบาดเจ็บ แต่นายแอมมี่ออกจากโรงพยาบาลก่อนที่ตำรวจชุดจับกุมจะเข้าไปถึงและขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตามตัวนายแอมมี่  ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับผู้จัดการส่วนตัวของนายไชยอมร เมื่อเวลาประมาณ 21.00น.วันนี้(2 มี.ค.64) ผู้จัดการให้ข้อมูลว่า ยังไม่สามารถติดต่อนายไชยอมรได้เช่นกัน สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจสืบสวนพบเบาะแสชัดเจนจากภาพกล้องวงจรปิดโดยรอบพื้นที่และตลอดแนวถนนงามวงศ์วานทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตลอดจนแนวด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยข้อมูลภาพกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจใช้แกะรอยสืบสวนจนสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้ คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่ 28 ก.พ. 64 เหตุการณ์ตามลำดับดังนี้  เวลา 02.46 น. (28 ก.พ.64) กล้อง กทม. บันทึกภาพรถยนต์ต้องสงสัยขับเคลื่อนผ่านร้านแกนด์โฮม ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร งามวงศ์วาน 35 เวลา 02.49 น.(28 ก.พ.64) กล้องวงจรปิดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ พบรถยนต์คันเดียวกันนี้ เคลื่อนที่ผ่านหน้าสำนักงาน ฝั่งถนนงามวงศ์วานขาออก เคลื่อนที่ผ่านประตูเรือนจำกลางคลองเปรม เวลา 02.50 น. (28 ก.พ.64) กล้องมุมสูงของการไฟฟ้าฯ พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดริมถนน ถัดจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตรเวลา 02.55 น. (28 ก.พ.64) รถยนตืต้องสงสัยถอยหลังกลับมาเพื่อขยับเข้าใกล้จุดเกิดเหตุอยู่ห่างในระยะประมาณ 20 เมตร เวลา 03.08 น. (28 ก.พ.64) พบว่า มีแสงไฟเกิดขึเนและไฟเริ่มรุกไหม้ ที่จุดเกิดเหตุ และอีก 1 นาทีต่อมา ผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจากจุเกิดเหตุไป นอกจากนี้ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต ระบุ ด้วยว่า ผลการตรวจสอบรอบที่เกิดเหตุ พบหลักฐานที่ชี้ว่า "เรื่องนี้เป็นการเตรียมการมาอย่างแน่นอน เพราะในที่เกิดเหตุพบไฟแช๊ก น้ำมัน เตรียมมาจุดไฟเผา และใช้เวลาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 10 นาที และหนีทันที”

Read more 

  March 02, 2021

จ.สมุทรสาคร ผ่อนคลาย 1 ระดับ ปรับเป็น "พื้นที่ควบคุมสูงสุด"

วันนี้ (2 มี.ค.64) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรสาคร ลงนามคำสั่งที่ 544/2564 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) (ฉบับที่ 49) ดังนี้ ตามคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 568/2564 ลงวันที่ 28 ก.พ.64 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) (ฉบับที่ 48) ได้ขยายระยะเวลาบังคับตามคำสั่งจังหวัดสมุทรสาครที่ 307/2564 ลงวันที่ 31 ม.ค.64 เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) (ฉบับที่ 44) และคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 312/2564 ลงวันที่ 1 ก.พ.64 เรื่อง แก้ไขระยะเวลาใช้บังคับตามคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) (ฉบับที่ 44) ที่สั่งให้ปิดสถานที่ต่าง ๆ ออกไปอีก ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น นั้น เนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 34 และ มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติตต่อ พ.ศ.2558 ประกอบกับข้อ 7 (1) ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มี.ค.63 และข้อ 10 ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 18) ลงวันที่ 29 ม.ค.64 ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติตต่อจังหวัดสมุทรสาคร ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 48/2564 วันที่ 1 มี.ค.64 และข้ออนุมัติของนายกรัฐมนตรีตามการเสนอแนะของที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 ( ศปก.ศบค.) เมื่อวันที่ 1 มี.ค.64 ซึ่งให้ความเห็นชอบการปรับลดระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในขตพื้นที่ จ.สมุทรสาครให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด จึงมีคำสั่งดังนี้ 1.ยกเลิกคำสั่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 528/2564 ลงวันที่ 28 ก.พ.64 2.กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เฉพาะในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ดังนี้ 2.1 ให้ปิดสถานที่ ดังต่อไปนี้ 1.สถานที่เล่นการพนันทุกประเภทตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เช่น ชนไก่ กัดปลา ชกมวย ตลอดจนสนามซ้อมชนไก่ด้วย (2) สนามกีฬาของรัฐและเอกชนทุกแห่ง เฉพาะในเขต ต.ท่าทราย ต.นาดี และ อ.เมืองสมุทรสาคร (3) สนามมวย โรงเรียนสอนมวย ทั้งของรัฐและเอกชน (4) สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นเด็ก (5) สถานศึกษาทุกประเภทของรัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสอนทักษะกีฬาเฉพาะในเขต ต.ท่าทราย ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร (6) สถานที่รับเลี้ยงเด็ก และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (7) ร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่อยู่ในคูหา รถเข็นและแผงลอย จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ภัตตาคาร ห้องอาหาร สโมสร หรือสถานประกอบการอื่นใดที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม แต่ให้เปิดดำเนินการและสามารถบริโภคในร้านได้ตามปกติ โดยจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน และการจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการ กำหนดอย่างเคร่งครัด และให้เปิดดำเนินการได้ไม่เกิน 23.00 น.โดยห้ามมการบริโภคสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน (8) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการและสถานบันเทิงอื่นที่มีลักษณะ คล้ายสถานบริการ ร้านคาราโอเกะ รวมถึสถานที่ซึ่งมุ่งเน้นการขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยนให้สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในสถานที่นั้น (9) สวนสนุก สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง เกมส์ หรือเครื่องเล่นเกมส์ทุกประเภท (10) ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต และตู้เกม (11) สระว่ายน้ำ สวนน้ำ หรือกิจการอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน (12) ศูนย์พระเครื่อง พระบูชา และสนามพระเครื่อง พระบูชา (13) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นวดแผนไทย นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อเสริมความงาม และห้ามมให้บริการตามบ้านหรือสถานที่อื่น ๆ เว้นแต่การให้บริการดังกล่าวในโรงพยาบาลของรัฐ (14) สถานที่ ออกกำลังกายภายในร่ม ยิม ฟิตเนส และสปา ตามกฎหมายว่าด้วยสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (15) สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ อบสมุนไพร (16) โรงภาพยนตร์ โรงมหรสพ การฉายหนังกลางแปลง (17) สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ (18) สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกความงาม และสถานเสริมความงาม (19) สถานที่บริการสักผิวหนังหรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย (20) สถานที่เล่นสเกต หรือโรลเลอร์เบลด หรือการเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน (21) สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ เฉพาะในเขตพื้นที่ ต.ท่าทรายและต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร (22) บ่อตกกุ้ง (23) สถานีขนส่งสาธารณะ 2.2 สถานประกอบการตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งนี้ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติตเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD- 19) หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกสั่งปิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2548 และมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ได้ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน2 ปื หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่งด้วยเหตุที่เป็นกรณีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนและประโยชน์สาธารณะ หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อผลเสียหายร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามนัยมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น                  

Read more 

  March 02, 2021

ก.พาณิชย์ใช้กฎหมายคุมพ่อค้าทุบราคาปาล์มร่วง

แม้ราคาปาล์มลดลงกิโลกรัมละ 2 บาท หรือลดลงมาที่ 5 บาท 20 สตางค์ จาก 7 บาท 50 สตางค์ แต่ชาวสวนปาล์มตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ ยังคงเก็บผลปาล์ฒส่งขายให้ลานเทชุมชน ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ระบุว่า โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเอกชนกดราคา รับซื้อผลผลิตไม่สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ หรือซีพีโอ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ขณะที่ นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จังหวัดตรัง ระบุว่าสาเหตุที่ราคาปาล์มตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกษตรกรรีบตัดผลผลิตขาย โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ ส่วนโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเอง ไม่ได้ปฏิบัติตามการรับรองคุณภาพ แย่งกันซื้อผลผลิต และสุดท้ายมาจับมือกันทุบราคาทำลายกลไกตลาด ทำให้ราคาสวนทางกับผลผลิตปาล์มน้ำมันในต่างประเทศ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการไปยัง พันตำรวจโทหม่อมหลวงกิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้เรียกประชุมด่วนและตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีพบพ่อค้ารายใหญ่ที่จังหวัดกระบี่ทุบราคาปาล์มน้ำมัน ขณะที่ผลผลิตปาล์มที่ออกสู่ตลาดยังมีปริมาณน้อยกว่าภาวะปกติ พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดแหล่งผลิตทุกจังหวัดให้ติดตามสถานการณ์ หากพบผู้กระทำผิดจงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนของราคา ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก.รายงาน ราคาเฉลี่ยผลปาล์มสดตั้งแต่แต่ปี 2560 ถึง 2564 พบว่าราคาปาล์มต่ำสุดอยู่ที่ปี 2562 อยู่ที่กิโลกรัมละ 2 บาท 60 สตางค์ และราคาสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 อยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 8 บาท  

Read more 

  March 02, 2021

เปิดแผนฟื้นฟูฯ การบินไทย ลดฝูงบิน-พนักงาน

วันนี้ (2 มี.ค.2564) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การบินไทยได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว โดยนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย และ คณะผู้จัดทำแผน ได้ชี้แจงรายละเอียดแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีใจความสำคัญ คือ การบินไทยจะลดต้นทุนในทุกส่วนของธุรกิจให้มากขึ้น รวมถึงปรับการทำงานขององค์กร ออกมาเป็น 9 แกนหลักในการยกเครื่ององค์กร ยกตัวอย่าง เช่น ค่าบุคลากรที่สูงถึงปีละ 30,000 ล้านบาท ต้องเหลือไม่เกินปีละ 12,000 ล้านบาท หรือลดพนักงานกว่าร้อยละ 50 ใน 2 ปี ให้เหลือ 13,000-15,000 คน ลดเส้นทางการบินที่ไม่มีกำไร บริการลูกค้ากลุ่มพิเศษ ลดประเภทเครื่องบินจาก 12 แบบเหลือ 5 แบบ จำนวน 86 ลำ เพื่อตัดค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา คาดว่าเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 คลี่คลายลง การบินไทยจะเน้นไปที่เส้นทางบินที่มีกำไรก่อน เพื่อให้กลับมามีรายได้ในปี 2568 พร้อมยืนยันว่าไม่มีการซื้อเครื่องบินใหม่ สำหรับมูลหนี้ของการบินไทยทั้งหมดอยู่ที่ราว 410,000 ล้านบาท เป็นมูลหนี้จริงประมาณ 170,000 ล้านบาท ยืนยันว่า ไม่มีการปรับลดมูลหนี้จากเจ้าหนี้ทุกราย แต่จะจ่ายเฉพาะเงินต้น รวมถึงไม่จ่ายหนี้ใน 3 ปีแรก นอกจากนี้จะขอเพิ่มทุน 50,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี เพื่อให้มีต้นทุนมาหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งระบุไว้ในแผนการฟื้นฟูด้วย ส่วนกระแสข่าวยุบสายการบินไทยสมายล์ ยืนยันว่า ยังคงดำเนินธุรกิจและถือหุ้น 100% แต่ทุกธุรกิจในเครือจะต้องปรับตัวเลี้ยงธุรกิจในส่วนของตัวเองให้อยู่รอด นายชาย เอี่ยมศิริ รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี บริษัทการบินไทย ยอมรับว่า การหาผู้ร่วมทุนทำได้ลำบาก ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ ซึ่งมีเวลาประมาณ​ 2 เดือน​ คาดว่าจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนา​ยน ขณะที่นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้รับรายงานแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย แต่เบื้องต้นกระทรวงการคลัง โดยสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ไม่สามารถลดมูลค่าหนี้คงค้าง หรือแฮร์คัทให้กับการบินไทย เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ แต่อาจพิจารณายืดระยะเวลาชำระหนี้ หรือค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ในช่วงรอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากวิกฤต COVID-19 จึงขอเวลาพิจารณาแผนฟื้นฟูฯ ก่อน ว่าจะตัดสินใจเพิ่มทุนให้บริษัทการบินไทย คาดว่าจะอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท - 50,000 ล้านบาทหรือไม่ แต่อาจไม่สามารถเพิ่มทุนในจำนวนดังกล่าวได้ทั้งหมด สอดคล้องกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทยอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะ แนวทางการพลิกฟื้นกิจการให้หลุดพ้นจากการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย ก่อนตัดสินใจว่าจะเพิ่มทุนหรือไม่ หลังรัฐบาลเพิ่มทุนช่วยการบินไทยมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังประสบปัญหาการขาดทุนสะสมต่อเนื่อง สำหรับสถานะการเงินของการบินไทย พบว่า ในปี 2563 ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ามากกว่าแสนล้านบาท โดยปี 2562 ขาดทุน 12,000 ล้านบาท แต่ปี 2563 ขาดทุน 140,000 ล้านบาท สวนทางกับรายได้ โดยปี 2563 มีรายได้ 48,000 ล้านบาท แต่ปี 2562 รายได้สูงกว่า 135,000 ล้านบาท รายได้ของการบินไทยที่หายไปในปี 2563 มาจากรายได้การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ที่ลดลง 125,000 ล้านบาท และรายได้การบริการอื่น ๆ ลดลง 7,500 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมของการบินไทย ปี 2563 ต่ำกว่า ปี 2562 แต่ค่าใช้จ่ายที่ยังอยู่ในระดับสูง ทําให้การลดลงของค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป ทั้งนี้ เมื่อกรมบังคับคดีรับแผนฟื้นฟูกิจการไว้แล้ว หลังจากนี้ได้กำหนดนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 12 พ.ค.2564 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งการทำกระบวนการตามแผนฟื้นฟูฯ ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าหน้าหนี้มากกว่าร้อยละ​ 50      

Read more 
Powered by MakeWebEasy.com