.

บริการ ฟรี! ที่เรามีให้คุณ

บริการคำนวณจำนวนหลังคาและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ออกแบบห้องครัวให้ทันสมัย ใช้งานสะดวก

เห็นภาพจริงก่อนลงกระเบื้อง หมดกังวงเรื่องกระเบื้องไม่เข้ากัน

ผสมสีได้ตามใจคุณ มีให้เลือกมากกว่าหมื่นเฉดสี

image
รับประกันสินค้า
เพื่อความสบายใจในการสั่งซื้อสินค้า ทางบริษัทมีนโยบายการรับประกันสินค้าอย่างทั่วถึง
image
สะดวก รวดเร็ว
พนักงานทุกชีวิตพร้อมบริการ และอำนวยความสะดวก ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน
image
สินค้าราคาดี
เป้าหมายของเราคือการสรรหา และจัดหาวิธีการจำหน่ายและจัดส่งวัสดุก่อสร้างให้คุณ ในราคาที่ถูกที่สุด

ข่าวเด่นประจำวัน

  April 18, 2024

"กบน."ใช้กองทุนน้ำมันฯอุ้มดีเซล หนุนราคาขายปลีกในประเทศ

วันนี้ (18 เม.ย.2567) สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งราคาน้ำมันยังคงตัวอยู่ในระดับสูง และยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบกับราคาน้ำมันได้ โดยเฉพาะความไม่สงบในประเทศตะวันออกกลางกรณีอิหร่าน-อิสราเอลที่อาจประทุขึ้นอีกรวมถึงมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาท/ลิตร กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 19 เม.ย. 2567 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ทั้งนี้ สกนช. เห็นว่า เพื่อไม่ให้มาตรการลดภาษีที่สิ้นสุดลง กระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลมากนัก จึงจะเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ให้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยดูเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนมากจนเกินไปและไม่ให้ราคามีการเปลี่ยนแปลงมากจนเกินไป โดย กบน. จะพิจารณาอัตราการอุดหนุนหรือลดการชดเชยให้เป็นไปตามช่วงเวลาและจังหวะที่เหมาะสม จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศไม่ให้ผันผวนมากจนเกินไป สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 14 เมษายน 2567 ติดลบ 103,620 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันติดลบ 56,407 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 47,213 ล้านบาท อ่านข่าวอื่นๆ: ร่วงแรง! ราคาทองคำ 350 บาท นักลงทุนหวั่นเฟดชะลอลดดอกเบี้ย "ยางพาราไทย" พีค จีนสั่งนำเข้าสูงสุด 2 เดือน กว่า 3.2 แสนตัน หวั่น “สงครามอิสราเอล” กระทบตลาดทุน ทำราคาสินค้าขยับ

Read more 

  April 18, 2024

"เสี่ยเจษฎา" ยันซื้อขาย "กากแคดเมียม" ถูกต้อง จ่อส่งขายลาว

วันนี้ (18 เม.ย.2567) นายเจษฎา เก่งรุ่งเรืองชัย กรรมการบริษัท เจ แอนด์ บี เมททอล จำกัด ชี้แจง หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยชี้แจงว่า ตัวมีการทำสัญญาเพื่อซื้อแร่สังกะสี แต่ว่ามีกากแร่แคดเมียมปะปนอยู่ด้วย ส่วนที่ซื้อมานั้น เพราะโรงงานต้นทางมีการฝังกลบ และโรยปูนขาว ปูนปอร์ตแลนด์ลงไป ทำให้ปริมาณความเข้มข้นของกากแร่แคดเมียมนั้นลดลง จึงสามารถซื้อขายได้ และกากแร่ที่ครอบครองมีทั้งหมด 13,800 ตัน และมีกากแร่แคดเมียมผสมอยู่เพียงร้อยละ 38 เท่านั้น อ่านข่าว : ก.อุตฯ เคาะ 7 พ.ค.ขนย้ายกากแคดเมียมไปตาก คาดใช้เวลา 36 วัน             : ย้อนเส้นทางกากพิษ “แคดเมียม” ทั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ เพราะเมื่อเทียบกับปริมาณที่จะส่งผลอันตรายจะต้องสูงถึงร้อยละ 100 -150 และมีการนำเสนอ ผ่านสื่อ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ถึงโทษและพิษภัยของกากแคดเมียมที่รุนแรงเกินความเป็นจริงจึงทำให้ตัวเองได้รับความเสียหาย ส่วนที่คนในโรงงาน และคนรอบโรงงานออกมาบอกว่าได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ นายเจษฎา บอกว่า เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบโรงงานรอบ ๆ ด้วยเพื่อหาต้นตอของผลกระทบที่แท้จริง โดยแร่แคดเมียม ได้มาจากการประมูล ที่มีโรงงานอื่นร่วมประมูลด้วยอีก 4 โรงงาน และประมูลมาได้จำนวน 8,000,000 บาท เพราะแร่สังกะสีที่นำไปขายต่อได้กิโลกรัมละ 300 กว่าบาท แต่ไม่ได้ต้องการแร่แคดเมียม เนื่องจากผสมมาด้วยอยู่แล้ว จึงต้องนำไปคัดแยก ประเด็นที่ การทำสัญญากับบริษัทเบาด์ และบียอนด์ ว่าซื้อมาเพื่อนำไปกำจัด แต่เหตุใดถึงมีการนำไปขายต่อ นายเจษฎา บอกว่า ตัวเองเป็นพ่อค้า ส่วนที่นำไปขายนั้น เพราะต้องการนำเงินไปหมุน ส่วนปริมาณที่นำมาตอนแรก 13,800 ตัน แต่พบเพียง 12,000 กว่าตัน ระบุว่า ปริมาณทั้งหมดครบหมดแล้ว แต่น้ำหนักมันลดลงเพราะตอนแรกที่นำมามีลักษณะหนักและเปียก แต่เมื่อกากแร่แห้งลงปริมาณก็จึงลดลง ส่วนที่บอกว่าจะนำไปจำหน่ายต่อที่ สปป.ลาว นายเจษฎา บอกว่า ตอนนี้กำลังดำเนินเรื่องจากกรมโรงงานอยู่ เพราะทาง สปป.ลาวมีโรงงานที่คัดแยกกากแร่ อ่านข่าว : ซุก 1,000 ตัน "แคดเมียม" สมุทรสาคร-แกะรอยใครเอี่ยวลอบขน นอกจากนี้นายเจษฎา ยืนยัน ว่าขบวนการทุกอย่างตั้งแต่ต้นทาง จ.ตาก มาจนถึง จ.สมุทรสาคร นั้นถูกต้องทุกอย่าง ทั้งเอกสาร ส่วนที่ต้องกระจายไปยังโกดังอื่น นายเจษฎาบอกว่า กากแร่ที่ได้มานั้นมาจำนวนมาก พื้นที่ของตัวเองไม่เพียงพอ จึงต้องไปเช่าที่โรงงานอื่นเก็บ ส่วนนายจาง ได้ให้นายหน้ามาติดต่อตัวเองเพื่อขอซื้อต่อ ซึ่งตอนนั้นต้องขายไปเพราะต้องการนำเงินมาหมุนต่อ ซึ่งยอมรับว่าผิดสัญญาที่ได้มาว่านำมาเพื่อกำจัด แต่กลับนำไปขาย ส่วนนี้ก็ยอมรับว่าผิดจริง นายเจษฎา ยืนยันอีกว่า ไม่ได้มีใครมาเป็นที่ปรึกษา หรือมีใครมาถือหุ้นในบริษัท และไม่มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้องแน่นอน นายเจษฎา เชื่อว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง จากคนที่ประมูลไม่ได้ เอกสารทั้งหมดที่ดำเนินการมานั้นถูกต้องทั้งหมด แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนผิด และจะเรียกร้องค่าเสียหาย พร้อมเตรียมที่จะดำเนินคดีกลับด้วย แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าจะดำเนินคดีกับใคร  ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  "จุลพันธ์"ปัดตอบ-ขอตรวจสอบ"คลัง"ถือหุ้นบ.แคดเมียมตาก 10% กมธ.อุตฯ เรียก 6 หน่วยงาน แจงปมขนย้าย "กากแคดเมียม" ผลตรวจ "แคดเมียมบางซื่อ" พบ "ดิน" ในโรงงานเกินเกณฑ์

Read more 

  April 18, 2024

มาหาคำตอบ "แอมโมเนีย" คือสารอะไร อันตรายแค่ไหนหาก "สัมผัส -สูดดม"

กรณีการรั่วไหลของ "สารแอมโมเนีย" ภายในโรงงานน้ำแข็งราชา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยแอมโมเนียฟุ้งกระจายไปในรัศมี 1 กิโลเมตร เหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนและคนงานออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมกับสั่งห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้บริเวณเกิดเหตุ รวมทั้งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมี ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งบางรายมีอาการแสบตา แสบจมูก บางรายหมดสติ จากเหตุการณ์นี้เบื้องต้นมีผู้ประสบภัยกระจายรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่าง ๆจำนวน 141 คน ขณะที่ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้ง วันนี้จะชวนมาทำความเข้าใจอันตรายของ "สารแอมโมเนีย" ให้มากขึ้น   อ่าน : ระเบิดในโรงงานน้ำแข็งบางละมุง แอมโมเนียรั่ว อพยพ ปชช.วุ่น เจ็บกว่า 100 คน "สารแอมโมเนีย" เป็นสารเคมีที่ถูกจำแนกความอันตรายไว้เป็นประเภท (Class) 2.3 คือ ก๊าซพิษและกัดกร่อน และยังเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายทั้งด้านเกษตรกรรม เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท และอุตสาหกรรม เช่น ก๊าซแอมโมเนียสำหรับทำความเย็นของอุตสาหกรรมห้องเย็น โรงผลิตน้ำแข็ง ซึ่งเป็นโรงงานประเภทหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงอันตรายจากเคมีดังกล่าว และก่อให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม โดยหากมีการปนเปื้อนสู่แหล่งน้ำ จะส่งผลให้ปลาและสัตว์น้ำตาย  สารดังกล่าว เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ประกอบด้วยไนโตรเจนและไฮโดรเจน มีสูตรเคมี NH3 สามารถละลายน้ำได้สูงและก่อตัวเป็นสารละลายที่มีความเป็นด่างสูง "แอมโมเนีย" หากเกิดการรั่วไหลของสารแอมโมเนีย จะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากได้รับในปริมาณมาก อาจถึงขั้นทำลาย "ปอด" "ก๊าซแอมโมเนีย" อาการพิษเฉียบพลัน "แอมโมเนีย" มีประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรมที่หลากหลายประเภท แต่การสัมผัสกับ "แอมโมเนีย" ในปริมาณมากหรือความเข้มข้นสูง จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติกับสุขภาพร่างกาย ได้อย่างไรบ้าง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ "การสัมผัส" : แอมโมเนียเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายสูงต่อสุขภาพ หากสัมผัสหรือเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เจ็บป่วยเฉียบพลัน เมื่อก๊าซแอมโมเนียสัมผัสกับน้ำจะทำให้เกิดปฏิกิริยา มีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ เยื่อบุต่าง ๆ ของร่างกายที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแสบตา ตาบวม น้ำตาไหล เวียนหัว ตาลาย อาเจียน ระคายเคืองผิวหนัง แสบคันตามผิวหนัง เป็นแผลไหม้ "การสูดดม" : หากสูดดมแอมโมเนีย เข้าไปทำให้ แสบจมูก แสบคอ บางรายอาจมีอาการไอ เจ็บหน้าอก ทำให้ปอดบวมน้ำ เสี่ยงหัวใจวาย หากสูดดมก๊าซที่ความเข้มข้นสูงมากจนหมดสติ จะระคายเคืองหลอดลมและถุงลมอย่างต่อเนื่อง มีอาการเหมือนเป็นหืด หรือมีอาการระคายเคืองง่ายขึ้นหลังสูดดมก๊าซ หรือฝุ่นอื่น ๆ รวมไปถึงจะส่งผลระยะยาวเป็นเดือนหรือปี ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง หากได้รับ "ก๊าซแอมโมเนีย" ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 1,700 ppm เกิน 30 นาที จะทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้ อาการระยะยาว ได้แก่ ผู้ที่สัมผัส (มักพบในกรณีผู้ทำงานในโรงงาน) เป็นระยะเวลานาน อาจมีอาการไอเรื้อรัง เหนื่อยขึ้น เอกซเรย์ปอดผิดปกติหรือตรวจการทำงานปอด ผิดปกติ มีรายงานการเกิดพังพืดในปอด ทั้งนี้ ในส่วนของอุบัติภัยการรั่วไหลมักจะเกิดอาการแบบเฉียบพลันเป็นส่วนใหญ่   ป้องกันอย่างไรหาก "ก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล" นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา อธิบายไว้ว่า "สารแอมโมเนีย" อุบัติเหตุรั่วไหลของ "แอมโมเนีย" ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เกิดจากการเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน อุปกรณ์ชำรุด เช่น วาล์วรั่ว เกิดความผิดพลาดระหว่างจัดเก็บหรือขนย้ายสารแอมโมเนีย ประเก็นรั่ว และขาดการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี วิธีป้องกัน ก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล สำหรับผู้ประกอบการโรงงานต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ใช้อุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล ดูแลรักษา ซ่อมบำรุงอุปกรณ์อยู่เสมอ ดังนี้ สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะทำงาน ตรวจภาชนะบรรจุ และท่อส่งก๊าซสม่ำเสมอ เก็บแอมโมเนียในที่ปลอดภัยนอกอาคาร รถบรรทุกสารเคมีต้องมีสัญลักษณ์บอกอันตราย ฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินปีละ 1 ครั้ง ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ "ก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล" ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุร้าย แต่การป้องกันและรู้วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสมเมื่อเกิดเหตุ "ก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล" จะทำให้เราสามารถที่จะลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ แล้วเราจะสามารถทำได้อย่างไรบ้างนั้น มีรายละเอียดดังนี้ ก่อนเกิดเหตุ หากอยู่ใกล้โรงงานในระยะ 1 กิโลเมตร ต้องคอยสังเกตความผิดปกติ หากเห็นควันสีขาวจากโรงงาน รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ขณะเกิดเหตุ ไม่วิ่งไปทางใต้หรือเหนือลม แต่ตั้งฉากออกจากทิศทางลม ไม่ใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากและจมูก เพราะอาจได้รับก๊าซมากขึ้น เนื่องจากแอมโมเนียละลายน้ำได้ดี ควรใช้ผ้าแห้งและหนาปิดแทน วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเหตุ "ก๊าซแอมโมเนียรั่วไหล" สำหรับวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สามารถทำได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้ หากสาร "เข้าตา" ควรตะแคงเอียงหน้าเอาคอนแทคเลนส์ออก (ถ้ามี) แล้วล้างตาด้วยนํ้าสะอาดจํานวนมากจากหัวตามาหางตาจนกว่า จะไม่เคืองตา ห้ามขยี้ตา ควรล้างนํ้าอย่างน้อย 30 นาที รีบนําส่งโรงพยาบาลทันที หากรับสาร "ทางปาก" ให้ดื่มนํ้ามาก ๆ ห้ามทําให้อาเจียน ถ้าหมดสติ ควรจัดให้นอนหงายราบเอียงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งสังเกตการหายใจ และจับชีพจรที่คอ หรือขาหนีบ หาก "ทางผิวหนัง" ควรถอดเสื้อผ้าและเครื่องประดับออกให้หมด ล้างด้วยนํ้าให้มาก ๆ อย่างน้อย 15 นาที ล้างบริเวณที่สัมผัสถูกสารด้วยนํ้าที่ไหลผ่านจํานวนมากจนแน่ใจว่าออกหมด หากหายใจเอาสารแอมโมเนียเข้าไป ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจชนิด มีที่ครอบให้อากาศแบบวาล์วทางเดียว (One-way valve) รีบนําผู้ประสบเหตุออกจากที่เกิดเหตุไปอยู่บริเวณเหนือลม และมีอากาศถ่ายเท สะดวกโดยเร็วที่สุด หากยังหายใจ ให้คลายเสื้อผ้าให้หลวม ปลดเข็มขัดหรือเสื้อชั้นใน ถ้ามีเหงื่อออก ให้เช็ดตัว หากรู้สึกตัวให้ดื่มนํ้าหรือเครื่องดื่มเย็นๆ หากหายใจขัดควรให้ออกซิเจน แต่ถ้าหยุดหายใจต้องช่วยผายปอดจนกว่าจะหายใจสะดวก ห้ามใช้วิธีผายปอด ด้วยวิธีเปาปาก ตรวจสอบการหายใจและการเต้นของหัวใจ หากหยุดหายใจต้องทําการปั้มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต และรีบนําส่งโรงพยาบาลทันที วิธีการรักษา เป็นการรักษาตามอาการและไม่มียาต้านพิษเฉพาะ หลังเกิดเหตุให้สังเกตตัวเองเป็นเวลา 1 เดือน ว่ามีอาการไอ แสบคอ มีเสมหะหรือไม่ หากมีควรรีบไปพบแพทย์ อ่านข่าวอื่น ๆ "นิวเคลียร์" จุดอ่อนอิหร่าน ทั่วโลกหวั่น "อิสราเอล" โจมตี "จุลพันธ์"ปัดตอบ-ขอตรวจสอบ"คลัง"ถือหุ้นบ.แคดเมียมตาก 10% กรมอุทยานฯ ตรวจสอบสวนสัตว์ลพบุรี แนะปรับปรุง 4 ข้อใน 60 วัน

Read more 

  April 18, 2024

"ด.ต.ปิยนันท์" ตร.ทางหลวงถึง รพ.ตำรวจ แพทย์ดูแลอาการใกล้ชิด

วันนี้ (18 เม.ย.2567) เมื่อเวลา 10.00 น.ทีมแพทย์เคลื่อนย้าย ด.ต.ปิยนันท์ สีเสื้อ ตำรวจทางหลวงระหว่างปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านจราจรช่วงสงกรานต์ ที่ลพบุรี ออกจากโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ใน อ.เมืองลพบุรี เพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลตำรวจเดินทางมารับ อ่านข่าว : ตร.ทางหลวง ถูกรถชนสาหัส ขณะปฏิบัติหน้าที่จราจรช่วงสงกรานต์ จากนั้น มีขบวนรถตำรวจทางหลวง จำนวน 4 คัน นำขบวนโดยใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย ขึ้นทางด่วนโทลเวย์ดอนเมือง ลง ถนนดวงพิทักษ์ เข้าสู่ ถนนเพลินจิต ไปลง โรงพยาบาลตำรวจ และได้เดินทางถึงโรงพยาบาลตำรวจแล้ว ในเวลา 11.21 น.โดยใช้เวลาประมาณ 1.20 ชั่วโมง อ่านข่าว : "ด.ต.ปิยนันท์" ตร.ทางหลวงถูกรถชน อาการคงที่ ย้ายรักษาตัว รพ.ตำรวจวันนี้ ภาพ : ตำรวจทางหลวง ทั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากรถ และนำตัวไปห้อง ซีทีสแกน เพื่อทำการสแกนสมองในเบื้องตันเร่งด่วนแล้ว ขณะที่ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ เผยว่า อาการของ ด.ต.ปิยนันท์ ยังคงน่าเป็นห่วง ต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อ่านข่า่วอื่นๆ : ส่งกำลังใจ! ชลน่านเผยเตรียมย้าย ตร.ทล. ถูกรถชนรักษาต่อ รพ.ตำรวจ สั่งปิดโรงงานน้ำแข็งแอมโมเนียรั่วชั่วคราว ยอดผู้ป่วย 160 อาการหนัก 9 คพ.แนะ "แอมโมเนีย" อันตราย ต้องรีบอพยพ- ตร.สั่งสอบสาเหตุรั่ว

Read more 
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้